Journal of Community Development Research (Humanities and Social Sciences) 2017; (10)1 132 รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อพัฒนานักเรียนให้มีทักษะการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21 อำไพ นงค์เยำว์ a , ชนม์ชกรณ์ วรอินทร์ b และอนุชำ กอนพ่วง c Model of School Administration for Developing Students’ Learning Skill in the 21 st Century Ampai Nongyao a , Chonchakorn Worain b and Anucha Kanpong c a,b สำขำกำรวิจัยและพัฒนำทำงกำรศึกษำ คณะครุศำสตร์ มหำวิทยำลัยรำชภัฎพิบูลสงครำม อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000 c ภำควิชำบริหำรและพัฒนำกำรศึกษำ คณะศึกษำศำสตร์ มหำวิทยำลัยนเรศวร อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000 a,b Research and Development in Education, Faculty of Education, Pibulsongkram Rajabhat University, Muang District, Phitsanulok 65000 c Dependent of Educational Administration and development, Faculty of Education, Naresuan University, Muang District, Phitsanulok 65000 Corresponding author. E-mail address: ampai.tae@gmail.com a , Chonchakorn@hotmail.com b , ytanucha@hotmail.com c Received: 8 June 2016; Accepted: 23 August 2016 บทคัดย่อ กำรวิจัยครั ้งนี ้มีวัตถุประสงค์ เพื ่อศึกษำสภำพและแนวทำงกำรดำเนินงำนกำรบริหำรสถำนศึกษำเพื ่อพัฒนำนักเรียนให้มีทักษะกำรเรียนรู ้ ในศตวรรษที ่ 21 เพื ่อสร้ำงรูปแบบกำรบริหำรสถำนศึกษำ เพื ่อพัฒนำนักเรียนให้มีทักษะกำรเรียนรู ้ในศตวรรษที ่ 21 เพื ่อทดลองใช้รูปแบบกำร บริหำรสถำนศึกษำ เพื ่อพัฒนำนักเรียนให้มีทักษะกำรเรียนรู ้ในศตวรรษที ่ 21 และเพื ่อประเมินประสิทธิภำพกำรใช้รูปแบบกำรบริหำรสถำนศึกษำ เพื ่อพัฒนำนักเรียนให้มีทักษะกำรเรียนรู ้ในศตวรรษที ่ 21 ซึ ่งผู ้วิจัยได้กำหนดขั ้นตอนกำรทดลองเป็ น 4 ระยะ คือ ระยะที ่ 1 กลุ ่มตัวอย่ำง ได้แก่ ผู ้บริหำรสถำนศึกษำ 394 คน ผู ้บริหำรโรงเรียนที ่มีวิธีปฏิบัติที ่ดี 2 คน ระยะที ่ 2 ได้แก่ ผู ้เชี ่ยวชำญ 23 คน ระยะที ่ 3 ได้แก่ บุคลำกรที ่เกี ่ยวข้อง กับกำรศึกษำโรงเรียนบ้ำนหนองยำว 20 คน นักเรียน 77 คน และระยะที ่ 4 ได้แก่ บุคลำกรที ่เกี ่ยวข้องกับโรงเรียนบ้ำนหนองยำว 20 คน กำร เก็บรวบรวมข้อมูล ใช้แบบสอบถำม กำรสัมภำษณ์ กำรวิเครำะห์เอกสำร และกำรบันทึกข้อมูล กำรวิเครำะห์ข้อมูลเชิงปริมำณใช้สถิติบรรยำย ได้แก่ กำรแจกแจงควำมถี ่ ค่ำร้อยละ ค่ำเฉลี ่ย ส่วนเบี ่ยงเบนมำตรฐำน ค่ำมัธยฐำน ค่ำพิสัยระหว่ำงควอไทล์ สถิติอนุมำน ได้แก่ กำรทดสอบ ด้วยค่ำที ส่วนข้อมูลเชิงคุณภำพใช้กำรวิเครำะห์เนื ้อหำ ผลกำรวิจัย พบว่ำ รูปแบบกำรบริหำรสถำนศึกษำเพื ่อพัฒนำนักเรียนให้มีทักษะกำรเรียนรู ้ในศตวรรษที ่ 21 ที ่เหมำะสม ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ องค์ประกอบที ่ 1 กำรบริหำรสถำนศึกษำในศตวรรษที ่ 21 องค์ประกอบที ่ 2 กำรพัฒนำบุคลำกรในศตวรรษที ่ 21 องค์ประกอบที ่ 3 กำรจัดกำรเรียนรู ้ในศตวรรษที ่ 21 ผลกำรประเมินรูปแบบกำรบริหำรสถำนศึกษำเพื ่อกำรพัฒนำนักเรียนให้มีทักษะกำรเรียนรู ้ ในศตวรรษที ่ 21 พบว่ำ โครงสร้ำงขององค์ประกอบมีควำมเหมำะสม อยู ่ในระดับมำกที ่สุด เมื ่อพิจำรณำองค์ประกอบย่อยด้ำนควำมเหมำะสม อรรถประโยชน์ ควำมเป็ นไปได้ และควำมถูกต้อง อยู ่ในระดับมำกถึงมำกที ่สุด และผลกำรประเมินประสิทธิภำพรูปแบบกำรบริหำรสถำนศึกษำ เพื ่อพัฒนำนักเรียนให้มีทักษะกำรเรียนรู ้ในศตวรรษที ่ 21 ซึ ่งจำกกำรนำไปทดลองใช้ พบว่ำ รูปแบบกำรบริหำรสถำนศึกษำมีควำมเหมำะสม มี ประโยชน์ มีควำมเป็ นไปได้ มีควำมถูกต้องตำมกระบวนกำรพัฒนำเกี ่ยวกับรูปแบบกำรบริหำรสถำนศึกษำอยู ่ในระดับมำกที ่สุด คาสาคัญ: รูปแบบกำรบริหำรสถำนศึกษำ ศตวรรษที ่ 21 ทักษะกำรเรียนรู ้ในศตวรรษที ่ 21 Abstract The objectives of this research were to study the conditions and the operation method for making the school administration model, to try out the school administration model, and to evaluate the efficiency in using the model for development the students to have the learning skills in the 21 st century. The samples in the first phase were 394 school administrators and 2 school administrators of best practice schools. The samples in the second phase were 23 experts. The samples in the third phase were 20 Ban Nong Yao School personnel, 77 students in Ban Nong Yao School. And the samples in the fourth phase were 20 Ban Nong Yao School personnel. The data were collected by field enquiry, interview, documents analysis, and data entry. The quantitative data were analyzed by descriptive