1
Marx/Engels Internet Archive
Theses on Feuerbach
Marx/Engels Selected Works, Volume One, p. 13 – 15
(แปล, ตีความและเรียบเรียงใหม่โดย วรวุฒิ จาลองนาค)
(20 เมษายน 2567)
ข้อที่ 1
ปัญหาใหญ่ของลัทธิวัตถุนิยมจนถึงตอนนี้ รวมถึงแนวคิดของฟอยเออร์บาคด ้วย ก็คือ เน้นให้ความสาคัญกับสิ่งต่างๆ
ความเป็นจริง และประสาทสัมผัสของเราเท่านั้นที่เรามองเห็นหรือคิดได้ ไม่ใช่สิ่งที่เรากระทาได้อย่างแข็งขันในฐานะมนุษย์
ดังนั้น ในทางตรงกันข ้ามกับลัทธิวัตถุนิยม ฝ่ายที่กระตือรือร้นได้รับการพัฒนาในเชิงนามธรรมโดยพวกจิตนิยม ซึ่งแน่นอนว่าไม่
รู้จักกิจกรรมที่แท้จริงและสัมผัสได้เช่นนี้
ฟอยเออร์บาค ต้องการสิ่งที่เป็นความจริงที่เราสามารถสัมผัสและมองเห็นได้ ไม่ใช่แค่ความคิดในหัวของเรา แต่เขาไม่
เห็นว่าการกระทาของมนุษย์เป็นสิ่งที่มีลักษณะวัตถุวิสัย ดังนั้น ในหนังสือของเขาเรื่อง " The Essence of
Christianity" ฟอยเออร์บาค เห็นว่าทัศนคติเชิงทฤษฎีเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ เป็นวิธีมองโลกของมนุษย์อย่างแท้จริงที่สุด
ในขณะที่การปฏิบัติเหมือนกับการทาอะไรบางอย่างเพียงแต่ในแง่ลบเท่านั้น โดยมองว่าเป็นสิ่งที่สกปรกหรือผิด (ที่ถูกกำหนด
โดยวัตถุภำยนอก) ดังนั้น เขาจึงไม่ให ้ความสาคัญของการปฏิวัติและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมเชิงปฏิบัติอย่างมีวิจารณญาณ
ของมนุษย์
ข้อที่ 2
คาถามที่ว่าความจริงเชิงวัตถุวิสัยสามารถนามาสนับสนุนความคิดของมนุษย์ได้หรือไม่นั ้น ไม่ใช่คาถามเชิงทฤษฎี แต่
เป็นคาถามเชิงปฏิบัติ มนุษย์จะต้องพิสูจน์ความจริงนั ้นในทางปฏิบัติ เช่น เรื่องของความเป็นจริงและอานาจ การโต้เถียงเรื่อง
ความจริงหรือสิ่งที่ไม่ใช่ความเจริงของความคิดที่แยกออกจากการปฏิบัตินั้นเป็นคาถามของนักวิชาการเท่านั้น.
ข้อที่ 3
หลักการของวัตถุนิยมเกี่ยวข้องกับกำรให้ควำมสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและการอบรมบ่มเพาะ
ที่มีต่อมนุษย์ โดยลืมไปว่าสถานการณ์ ก็สำมำรถเปลี่ยนแปลงโดยมนุษย์ได้ และจาเป็นต้องให้ความรู้แก่ผู้เรียนด้วยตัวเขาเอง
ดังนั้น ควำมเชื่อหรือควำมคิดของวัตถุนิยมนี้ จะทาให้เกิดการแบ่งแยกในสังคมออกเป็นสองส่วน โดยทาให้ส่วนหนึ่งของสังคมดู
เหนือกว่าส่วนอื่นๆ ในสังคมนั้น